เรื่องน่ารู้ “ซังยัง วีดี วสา” เทพเจ้าฮินดูบาหลี

บาหลี เป็นเมืองหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วชาวอินโดนีเซียเป็นชาวมุสลิม (นับถือศาสนาอิสลาม) แต่สำหรับในเมืองบาหลีแล้ว ประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งชาวบาหลีมีรากฐานวัฒนธรรมที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ของตน อีกทั้งศาสนาฮินดูในบาหลีก็เป็นฮินดูที่มีแบบแผนเฉพาะตัว จึงมักเรียกว่า ฮินดูบาหลี หรือ Balinese Hinduism
ชาวฮินดูบาหลี นับถือ และบวงสรวงเซ่นไหว้เทพเจ้าทั้งสาม อันได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ เหมือนกับชาวฮินดูทั่ว ๆ ไป แต่ชาวฮินดูบาหลี จะนับถือเทพเจ้าสูงสุด คือ เทพเจ้านามว่า “ซังยัง วีดี วสา (Sang Hyang Widhi Wasa)” ซึ่งก็คือเทพตรีมูรติ ที่รวมพระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ เข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าเทพเจ้าองค์อื่น ๆ เช่น พระนางสุรัสวดี พระนางศจี พระนางอุมา หรือ แม่ทุรคา นั้นล้วนแต่เป็นเพียงร่างอวตารของ ซังยัง วีดี วสา ทั้งสิ้น
สำหรับการบูชา บวงสรางเซ่นไหว้ ซังยัง วีดี วสา ชาวฮินดูบาหลีจะบูชาเทพเจ้าองค์นี้ โดยการนำกระทงดอกไม้ที่เรียกว่า “จนัง (Canang)” ไปบูชาที่แท่นประทับของเทพเจ้าสูงสุด ซึ่งแท่นดังกล่าวเรียกว่า “สังฆะ (Sanga)” ซึ่งแท่นบูชาเทพเจ้าสูงสุดนี้ มีให้พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตามบ้านเรือน ในวัด และในราชวัง ซึ่งแท่นบูชาในวัดและราชวังก็จะใหญ่ และมีความซับซ้อนมากขึ้น ก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป โดยในวัดจะเรียกแท่นบูชาว่า “ปัทมาสนะ (Padamasana)”
ปัทมาสนะ หรือแท่นบูชาบวงสรวงเทพเจ้าในวัดนั้น จะสร้างเป็นสถาปัตยกรรมที่สูงใหญ่ โดยบนชั้นสูงสุดจะสร้างเป็นอาสนะ หรือแท่นเปล่า ๆ ซึ่งปัทมาสนะเปรียบได้ว่าเป็นศูนย์กลางของวัด เพราะถือว่าเป็นที่ประทับของเทพสูงสุด นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากของปัทมาสนะก็คือ รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เพราะมีการซ่อนความหมายเชิงสัญลักษณ์ของจักรวาลวิทยาแบบฮินดูเอาไว้ โดย ปัทมาสนะมีการแบ่งออกเป็น 3 ชั้นใหญ่ ๆ คือ ชั้นล่างสุดเปรียบได้กับโลกใต้พิภพ ชั้นกลางเป็นโลกมนุษย์ และชั้นสูงสุดที่เป็นอาสนะ หรือแท่นโล่ง ๆ นั้นเป็นที่ประทับของเทพเจ้าสูงสุด และเป็นที่ทราบของชาวฮินดูบาหลีทั่วไปว่า บริเวณไหน มี “ซังยัง วีดี วสา” ตรงนั้นก็จะมีพระตรีมูรติ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ อยู่ที่นั่นพร้อมกันด้วย ซึ่งมีการใช้สัญลักษณ์สีของร่มแทนการบ่งบอกว่าที่นั้น ๆ มีเทพเจ้าองค์ใดอยู่บ้าง ซึ่งตามแท่นบูชามักจะมีร่ม 4 คันใหญ่ โดยเรียงเป็นแถว ซึ่งร่มทางซ้ายสุดเป็นสีดำ หมายถึง พระวิษณุ ส่วนด้านขวาสุดเป็นร่มสีแดง ที่หมายถึง พระพรหม ส่วนร่มตรงกลางสีขาวกับสีเหลือง หมายถึง พระศิวะ ซึ่งที่มีร่มสองคันสองสี เพราะพระศิวะมี 2 รูปลักษณ์ แต่เทพเจ้าทั้งหมดเหล่านี้ก็อยู่ภายใต้ เทพเจ้าสูงสุด ซึ่งก็คือ “ซังยัง วีดี วสา” นั่นเอง

ขอบคุณรูปภาพจาก Berkas Acintya Bali

ไมเกรน ป้องกันได้ !

ใครที่เคยปวดศีรษะโดยเฉพาะบริเวณข้างขมับอย่างรุนแรง จนบางครั้งถึงกับปวดตุ๊บๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจและคลื่นไส้อาเจียน ทรมานกันมามากมายอาการเหล่านี้ คงไม่พ้น โรคไมเกรน
โรคนี้มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับความเครียด การพักผ่อนไม่พอ การโดนแสงไฟจ้าๆ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
เมนูป้องกันโรคไมเกรนที่แนะนำคือ อาหารอะไรก็ได้ที่ไม่มีส่วนประกอบของไส้กรอก หมูแฮม เบคอน ช็อกโกแลต ถั่วลิสง ชะอม กริน ยกตัวอย่างเช่น เมนูชื่อเด็ดนี้เลยค่ะ 18 มงกุฎ ซึ่งหมายถึง ต้มตุ๋น เพราะว่าในเมนูชามนี้เป็นการนำเอาเนื้อหมูมาตุ๋น แบบที่เรียกได้ว่า 3 วัน 3 คืนเลยทีเดียว ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ตุ๋นจนนิ่มแทบจะละลายในได้ในปากแถมน้ำซุปยังมีสมุนไพรจีน อย่างเช่นเก๋ากี๋ ที่ช่วยบำรุงสายตาช่วยเพิ่มการมองเห็นในตอนกลางคืน ป้องกันการปวดตาจากไมเกรนได้อีกด้วยล่ะค่ะ
อีกหนึ่งวิธีผ่อนคลายที่ดีสำหรับไมเกรน
นวดฝ่าเท้าช่วยรักษาไมเกรน เพราะการนวดแผนไทยจะมีจุดเพื่อแก้ไมเกรน แพทย์แผนไทยเป็นศาสตร์การรักษาที่สุดยอดอีกหนึ่งแขนงนวด โดยเราจะทำการนวดจุดบริเวณฝ่าเท้าเกี่ยวกับเส้นของสมองส่วนหลังและก้านสมองบริเวณก่อนถึงหัวแม่โป้ง ตามด้วยการนวดบริเวณต้นคอ ด้านหลังบริเวณท้ายทอย ซึ่งตามหลักการของการนวดก่อนที่เราจะนวดจุดบริเวณของสมอง เราต้องมีการปูพื้นด้วยการนวดฝ่าเท้าหรือว่าการวอร์มเท้าเสียก่อน
อาการส่วนใหญ่ของการปวดไมเกรนบริเวณท้ายทอย เกิดจากการนอนไม่พอทำให้เส้นเลือดมีการอุดตันการไหลเวียนของเส้นเลือดไม่ดี ทำให้เรารู้สึกมึนหัว
วิธีการรักษาก็คือ ให้นวดบริเวณเส้นเลือดโดยใช้ส้นมือกับปลายมือบีบเข้าหากัน กดเส้นเลือดบริเวณท้ายทอยจากก้านคอบนลงมาล่าง สามารถทำได้เองเพื่อแก้อาการปวดหัว เบื้องต้น การรักษาไมเกรนจะเริ่มจากการวอร์มเท้าทั้งสองข้าง แล้วจึงเริ่มกดจุดเพื่อรักษาไมเกรนตามเส้นสมองส่วนหลังและก้านสมองนั่นเองค่ะ
อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือ ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และแสงไฟวูบๆวาบๆ ซึ่งบางครั้งถ้าอาการไมเกรนกำเริบ เราแนะนำให้ดื่มน้ำเก๊กฮวยค่ะ จะสามารถทำให้อาการไมเกรนดีขึ้นได้ สำหรับเมนูอาหารที่แนะนำก็คือ ปลาผัดคื่นช่าย และเนื่องจากไมเกรนเกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือด วิธีที่จะทำให้หายชะงักได้เลยก็คือ การดื่มน้ำที่เย็นจัดๆ เอาแก้วน้ำใส่น้ำแข็งแล้วเติมน้ำเย็น ดื่มเข้าไปให้มันจี๊ดถึงใจ ความเย็นของน้ำจะทำให้หลอดเลือดหดตัว อาการปวดศีรษะก็จะดีขึ้นค่ะ
แต่หากมีอาการคลื่นไส้หรือปวดหัวมามากกว่าปกติก็ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางดีกว่านะค่ะ สุขภาพที่ดี อยู่ไม่ไกล ขึ้นอยู่กับการดูแลและใส่ใจของตัวคุณเองค่ะ

ฟาน แดร์ เบรกเก้น.. นักปั่นสาว เหรียญทองโอลิมปิก

การแข่งขันจักรยานประเภทหญิงทางไกล ใน Olympic Games Rio 2016 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2016 อันนา ฟาน แดร์ เบรกเก้น (Anna van der Breggen) นักปั่นสาว จากประเทศเนเธอร์แลนด์ คว้าเหรียญทอง โดยการแข่งขันทางไกลประเภทหญิงนั้น มีระยะทางอยู่ที่ 136.9 กิโลเมตร ซึ่งเธอสามารถชนะ และคว้าเหรียญทองได้ โดยทำคะแนนนำ เอมม่า โยฮันส์โซน (Emma Johansson) ชาวสวีเดน และ เอลิซา ลองโก บอร์กินนี (Elisa Longo Borghini) ชาวอิตาลี ซึ่งทั้งสามคนเข้าเส้นชัย ซึ่งทั้งสามคน ใช้เวลาในการออกจากจุดสตาร์ทถึงเส้นชัย โดยใช้เวลาไป 3 ชั่วโมง 51 นาที ซึ่งในช่วงใกล้เข้าเส้นชัย เรียกได้ว่าสูสีมากเลยทีเดียว แต่ในที่สุด ฟาน แดร์ เบรกเก้น ก็สามารถเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 และคว้าเหรียญทองให้กับเนเธอร์แลนด์ได้
สำหรับวันนี้ เราจะพาทุกท่านมารูจักกับประวัติของนักปั่นสาว เหรียญทองโอลิมปิกคนนี้กันค่ะ
อันนา ฟาน แดร์ เบรกเก้น เป็นชาวดัตช์ เกิดเมื่อวันที่ 18 April 1990 และเธอได้เริ่มเข้าสู่วงการกีฬาจักรยาน เมื่อปี 2012 โดยสังกัดอยู่กับ Sengers Ladies Cycling Team ซึ่งเป็นทีมของเบลเยี่ยม ซึ่งเธอสามารถ คว้ารางวัลที่หนึ่งจากการแข่งในรายการ Tour of Brittany และ European Time Trial Championships และรางวัลในปี 2013 ได้แก่ ที่ 2 จากรายการ Trophée d’Or Féminin และ ที่ 3 จากรายการGrand Prix of Plouay – Brittany
ส่วนในปี 2014 เธอก็ได้ย้ายมาสังกัดกับ Rabo–Liv Women Cycling Team ซึ่งเป็นทีมของเนเธอร์แลนด์เอง และในปีนี้เธอก็สามารถคว้ารางวัลมามากมาย ได้แก่
รางวัล รายการ
1st 2014 Ladies Tour of Norway
2014 Grand Prix Elsy Jacobs
2nd 2014 Ronde van Drenthe World Cup
2014 UCI Women’s Road World Cup
2014 Lotto-Belisol Belgium Tour
3rd 2014 Emakumeen Euskal Bira
2014 Giro Rosa

แต่ทว่า ในช่วงการแข่งขันรายการ 2014 Road World Championships เธอได้รับบาดเจ็บ กระดูกหักจากการแข่งขัน จึงทำให้ต้องพักรักษาตัวสักพักใหญ่ ๆ
ต่อมาในปี 2015 เธอก็ได้กลับเข้าสู่รายการการแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง และสามารถกวาดรางวัลได้ถึง 14 รายการ ได้แก่
รางวัล รายการ
1st 2014 Ladies Tour of Norway
2015 Grand Prix Elsy Jacobs
National Time Trial championships
2015 UCI Women’s Road World Cup (รอบที่ 4)
2015 Omloop Het Nieuwsblad – Women’s race
2015 La Course by Le Tour de France
2015 UCI Women’s Road World Cup (รอบที่ 8)
2015 Energiewacht Tour
2nd 2015 UCI Road World Championships Road Race
2015 UCI Women’s Road World Cup
2015 Le Samyn des Dames
3rd 2015 Trofeo Alfredo Binda-Comune di Cittiglio
2015 Tour of Flanders for Women
2015 Lotto-Belisol Belgium Tour

และในปีนี้ ปี 2016 เธอก็กวารางวัลมามากมายเช่นเคย รวมไปถึงรางวัลจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งเธอได้รับถึง 2 รางวัลด้วยกัน
รางวัล รายการ
1st 2016 Road Race, Olympic Games
2016 UCI Women’s World Tour (รอบที่ 6)
2016 Omloop van de IJsseldelta
3rd 2016 Time Trial, Olympic Games
2016 Grand Prix Elsy Jacobs
2016 Giro Rosa
2016 UCI Women’s Road World Cup

จะเห็นได้ว่า กว่าที่เธอจะสามารถมาถึงจุดที่สามารถชนะ และคว้าเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกมาได้นั้น เธอก็ได้ผ่านสนามการแข่งขันมามากมายเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีล้มลุกคลุกคลาน แข่งขันจนได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ด้วยความไม่ย่อท้อ และความรักต่อกีฬาจักรยานของเธอ ก็ทำให้เธอก้าวมาถึงในจุด ๆ นี้ได้ ถือได้ว่าเธอสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนที่มีความฝัน หรือมีความชอบในสิ่งๆหนึ่ง ซึ่งเราจะสามารถไปถึงจุด ๆ นั้นได้ แต่เราต้องมุ่งมั่น และมีความพยายามให้มากพอนั่นเอง

ขอบคุณรูปภาพจาก OnderWeg

ปลาร้าสับ สุพรรณบุรี

หลายคนแค่ได้ยินชื่อ ปลาร้า ก็น้ำลายไหลกันแล้วใช่ไหมค่ะ เพราะทุกภูมิภาคคงไม่มีใครไม่รู้จักปลาร้า คนไทยส่วนใหญ่ใช้ปลาร้าในการประกอบอาหารต่างๆ ทั้ง ส้มตำปลาร้า แกงหน่อใส่ปลาร้า และส่วนผสมต่างๆที่จะทำอาหารให้มีรสแซ่บยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลาใส่น้ำปลาร้า และตัวปลาร้าลงไปจะทำให้อาหารเมนูนั้นมีความถึงรสถึงเครื่องอย่างบอกไม่ถูก วันนี้เรามีเมนูเด็ดมาแนะนำแถมยังเป็นสินค้า OTOP ที่เรารู้จักกันในชื่อว่า “ปลาร้าสับ”
เริ่มแรกเรามาทราบถึงความเป็นมาปลาร้ากันค่ะ ในการแปรรูปปลาต่างๆ เช่น ปลาตากแห้ง ปลาบด ปลาหมักดอง และการทำปลาร้า มีวิธีการทำที่แตกต่างกันในแต่ละจังหวัด ส่วนมากเอาไว้ใช้เป็นส่วนผสมของกับข้าวต่างๆ เพื่อให้มีรสชาติที่เข้มข้นเพิ่มมากขึ้น ในภาคอีสานของไทย การปรุงอาหารแบบนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ในปัจจุบัน ปลาร้าได้กระจายความนิยมไปทั่วทุกภูมิภาคในไทย และปลาร้าสับยังเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของปลาร้าที่แปรรูปโดยนำมาผสมเครื่องเทศและสมุทรไพรต่างๆ มาสับให้เข้ากับปลาร้า ปรุงรสชาติให้มีความแตกต่างตามประเภทออกไป จึงมีปลาร้าสับที่มีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ปลาร้าสับดิบ และปลาร้าสับสุก ซึ่งความอร่อยไม่แพ้กันแน่นอน
แต่หากพูดถึงเรื่องปลาร้าสับ ผู้อ่านหลายคนอาจคิดถึง ผลิตภัณฑ์แปรรูปแบบนี้ทางภาคอีสานคงทำได้อร่อยสุดๆ แน่นอน แต่ในความจริงนั้นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านนี้มาก ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี ในแถบ ดอนเจดีย์ และวัดป่าเลไลยก์ เป็นแหล่งที่ได้รับการการันตีแล้วว่าเป็นแหล่งขายที่ขายดีมาก เพราะเป็นแหล่งขายที่ถูก สะอาด และอร่อย ผลิตภัณฑ์ส่วนมากเป็นสินค้า OTOP สินค้าส่งออกทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ความมีชื่อเสียงด้านปลาร้าสับเมืองสุพรรณบุรี กลุ่มชาวบ้านดอนเจดีย์ และวัดป่าเลไลยก์ ได้มีการพัฒนาให้ปลาร้าสับมีเครื่องผสมเป็นสมุนไพรหลากหลายชนิดเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้รับประทาน ทั้ง ข่า ตะไคร้ กระชาย ใบมะกรูด มะนาว และเครื่องพริกแกงต่างๆ ที่เป็นสมุทรไพรพื้นบ้านของไทย โดยปัจจุบันชาวบ้านและผู้ผลิตได้ให้ความสำคัญต่อประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับและยังคงความอร่อยไว้แบบเดิมและยังเพิ่มความแซ่บยิ่งขึ้นอีกด้วย
หลายๆคนเมื่อรู้อย่างนี้แล้วว่าอาหารพื้นเมืองหรืออาหารพื้นบ้านไทยอย่างปลาร้าสับที่ไม่เพียงแต่มีรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม หลากหลายรส แต่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนสุพรรณบุรี ในแต่ละท้องถิ่นที่สร้างสรรค์ปรุงแต่งให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพแถมยังเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้านในท้องถิ่นอีกด้วย

ธุรกิจขายตรงคืออะไร มาทำความรู้จักกัน

ธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ความหมายก็ชัดเจน ตรงตามชื่อเลยค่ะ คือเป็นธุรกิจที่เน้นขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้ซื้อ ทั้งทางต่อหน้าผู้ซื้อเอง การติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ หรือทางอีเมล์ก็ด้วย แต่มิได้เน้นการหาคนมาสมัครสมาชิกเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจเพิ่ม โดยสินค้าหรือบริการที่ขายนั้นเป็นสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ ราคาสมเหตุสมผล และการจ่ายค่าสมาชิกหรือการสมัครสมาชิกแรกเข้ามีอัตราค่าสมัครไม่สูงมาก โดยปกติมีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาท หรือบางบริษัทอาจไม่มีค่าสมัครสมาชิกเลยด้วยซ้ำ ทั้งนี้ เพื่อดึงดูดเพื่อให้นักขายเข้ามาร่วมทำธุรกิจด้วย
ผลตอบแทนหลักของตัวแทนขาย หรือนักขายตรงนั้น มากจากส่วนแบ่งที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายสินค้าหรือบริการที่ทำได้ในแต่ละรอบการขาย ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท บางบริษัทอาจคิดเป็นยอดขายต่อสัปดาห์ ต่อสองสัปดาห์ หรือต่อเดือนก็ได้ ดังนั้น ยิ่งนักขายทำยอดขายได้มากเท่าไหร่ ก็จะได้ผลตอบแทนจากการขายมากขึ้นไปด้วย โดยค่าตอบแทนนี้ไม่มีเพดานจำกัดไว้ นักขายท่านใดขายเก่งก็รับทรัพย์กันไปเต็มๆ
นอกจากนี้ ธุรกิจขายตรงดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าหรือบริการและมีตัวแทนขายตรงสังกัดอยู่ จำเป็นต้องรับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเป็นนิติบุคคล เพื่อแสดงรายการบัญชีต่างๆ และชำระภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย
ตัวอย่างธุรกิจขายตรงที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย เช่น บริษัทประกันชีวิตต่างๆมากมายทั้งในนามของธนาคารและบริษัทประกันชีวิตทั่วไป ที่มักจะเสนอขายประกันชีวิตแก่บุคคลทั่วไป ทั้งทางโทรศัพท์และเสนอขายต่อหน้า ธุรกิจขายเครื่องสำอาง Mistine ที่โฆษณาทางโทรทัศน์โดยศิลปิน ดารา ผู้มีชื่อเสียง และดำเนินการขายแก่ลูกค้าโดยตัวแทนขายหรือร้านค้าตัวแทน Amway และ Giffarine ซึ่งเป็นสองธุรกิจที่ขายทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคที่มีให้เลือกหลากหลาย มีตัวแทนขายและร้านค้าตัวแทนมากมายเช่นกัน และธุรกิจเสนอขายสินค้าตามบ้านอื่นๆอีกมากมาย
ทั้งนี้ หากธุรกิจใดมีลักษณะที่แตกต่างไปจากลักษณะที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น ก็ไม่ถือว่าเป็นธุรกิจขายตรง แต่อาจเป็นธุรกิจรูปแบบอื่นที่ได้รับอิทธิพลมากจากธุรกิจขายตรงก็ได้ เช่น ธุรกิจเครือข่าย ที่ได้รับอิทธิพลด้านการหาลูกค้ามาเป็นเครือข่ายเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ ผลตอบแทนก็มาจากการขายสินค้าหรือบริการด้วย โดยจดทะเบียนจัดตั้งและดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ซึ่งได้รับอิทธิพลมากจากธุรกิจขายตรงเช่นกัน แต่ทว่าเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เพราะเน้นการหาคนมาร่วมธุรกิจมากกว่าการขายสินค้าหรือบริการให้ได้ ผลตอบแทนก็จะได้มาจากเงินที่คนเหล่านั้นนำมาจ่ายเป็นค่าสมัครเข้าร่วมธุรกิจ ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง
ดังนั้น ไม่ว่าจะลงทำธุรกิจประเภทใดก็ตาม ควรศึกษาอย่างละเอียด รอบคอบ เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมาย และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบกันด้วยนะค่ะ